ฐาปะนีย์ さんのプロフィール··¤(`×[¤JÕéY«JOrDï$Oñ»¤]...フォトブログリストその他 ![]() | ヘルプ |
|
··¤(`×[¤JÕéY«JOrDï$Oñ»¤]×´)¤··แค่เทอคลิ๊กมาหา....ก้อร้ากกก....แล้ว เทอมาเราดีใจ...เทอจากไปเราคิดถึง 1月18日 เกือบครบรอบ 1 ปีที่อัพบล็อกประวัติโคตรวง Aggressive metal กับสมาชิก9หน้ากากผีบ้า Slipknot Iowa ซึ่งคนส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม "แปลกแยกไม่มีใครเสมือน." รัฐแห่งการเกษตรกรรม ซึ่งตั้งแต่ที่ Rock ’n Roll จรัสแสงในช่วงยุค50’s รัฐนี้ก็ไม่มีนักดนตรีระดับพระกาฬโผล่ขึ้นมาในสารบบดนตรี การให้ฉายาแก่นักดนตรีจากชื่อรัฐไม่เป็นที่ถกเถียงว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตามเก้ามนุษย์หน้ากากจาก Des Moines ก็เข้าไปประดับในวงการดนตรีกับหน้ากากที่ทำขึ้นเองและการรุกเร้ารีบร้อนผสมผสานแนวดนตร ีกับการสำรอกอันรุนแรงในแนว L.A. neo metal, hiphop, และ Downtuned screeching horror ล้วนแล้วแต่อยู่เหนือความคาดหมายเช่นเดียวกับแนวของเรื่อง Clock work Orange (นวนิยายแนววิทยาศาสตร์ ที่นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ เป็นเนื้อหาที่เด็กวัยสิบห้าปีทำสิ่งที่ทารุณโหดเหี้ยม ขอไม่พูดลงลึกถึงรายละเอียด)
คุณเคยคิดถึงเกี่ยวกับวงดนตรีฮาร์คอร์เมทั่ลที่หนักหน่วงผนวกซาวด์อันรกหูที่มีกำเนิดมาจาก "the middle of nowhere" กันบ้างไหมว่าจะมีซาวด์เช่นไร? “ความรุนแรงอันบ้าคลั่ง” เพิ่งจะเริ่มต้นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเท่านั้น
และตัวเลขที่น่าสยองพองเกล้าขนหัวลุกเป็นที่สุดแล้ว แต่มาพร้อมกับพรสวรรค์อันเอกอ
ุในการกระทำชำเราบรรเลงบรรลัยเครื่องดนตรีของแต่ละคนผสมผสาน และขัดแย้งในภาคดนตรีของเก้ามนุษย์หน้ากาก ผู้ซึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็นพระเจ้าและผู้ทำลายล้างของวงการโมเดิร์น เฮฟวี่ นี่คือ Slipknot และตอนนี้ด้วยอุปกรณ์และพรสวรรค์ที่พวกเขามีนั้น ณ เวลานี้โลกเราไม่มีทางเลือกใดๆแล้วเพราะการมาถึงของโคตรวงจากนรก Slipknot และคุณต้องตัดสินใจแล้วว่าจะรับมือกับมันอย่างไร ฟอร์มวงกันในตอนครึ่งหลังปี1995 ทางวงได้ผ่านพ้นความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงสมาชิกดั้งเดิมและนี่ก็เป็นการมาถึงซึ่งพวกเขา ได้อธิบายไว้ว่าเป็น “กลุ่มครอบครัว” ทุกๆคนเป็นชาว Iowans ขนานแท้ ด้วยความที่ไม่ยะโสอวดดีและสถานที่ที่ลงตัวของพวกเขานั้น ทำให้ทางวงมีระยะห่างเรื่องเวลาเต็มที่ในการแก้ไขจุดผิดพลาดของความหนักกะโหลก ป่วนโสตประสาทให้แจ่มแจ๋วและหนักแน่นยิ่งขึ้น ทางวงบันทึกเสียงและเผยแพร่อัลบั้มใต้ดินชุดแรกออกมาให้ผืนภิภพสะเทือนที่ชื่อ Mate Feed Kill Repeat
ในปี1996ในจำนวนจำกัด1000ชุดและชื่อเสียงของพวกเขาก็เสมือนกับลูกบอลที่ยิ่งหมุนยิ่งแรงไม่เคยหยุด ตั้งแต่ที่ดึงดูดความสนใจค่ายเพลงต่างๆ แต่สุดท้ายแล้ว Slipknot ได้ตัดสินใจเซ็นสัญญากับค่าย Roadrunner ค่ายเพลง IAM RECORDSของโปรดิวเซอร์ผู้โด่งดัง รอส โรบินสัน ในปี1997 และเดินทางไปบันทึกเสียงอัลบั้มบนดินชุดแรกที่ใช้ชื่อเดียวกับวง Slipknot ที่ Indigo Ranch สตูดิโอใน L.A. กับโรบินสัน จากการระรัวเร็วรวดในบทเพลง Sic และ unforgiving bludgeon (ผู้แปลตึ๊บเลย) ของเพลง Surfacing ไปสู่ท่วงทำนองในแบบของ Sublime ในเพลง Wait and Bleed และจังหวะขับเคลื่อนมนต์สะกดในเพลง Prosthetics บทสรุปสุดท้ายก็คือ 13
บทเพลงที่กอปรด้วยตัวอักษรแห่งความรักและความเกลียดชังไปสู่โลกภายนอก การทัวร์ที่จะบังเกิดตามมาได้รับการให้คำมั่นสัญญาว่า "จะไม่เหมือนเยี่ยงใครหน้าไหน จงเชื่อในสิ่งที่จะได้เห็น." ชอว์น กล่าวเช่นนั้น และนั่นคือคำชี้แจงโต้งๆถึงสิ่งที่จะมีปรากฏบนเวที จนกระทั่งคุณได้สดับสรรพเสียงที่พวกเขาสร้างขึ้น แม้อาจจะดูไร้สาระที่มีสมาชิกอยู่ในวงถึงเก้าหน่อ แต่หัวหน้าคณะอย่างชอว์นก็อ้างว่า มันไม่มีทางอื่นแล้วนี่หว่าพวก “เมื่อ3ปีก่อนน่ะพวกเราต้องดูแลเรื่องตารางการฝึกฝนอย่างเข้มงวด ทุกคนต้องตรงต่อเวลาและต้องอยู่ที่นั่นตลอด และพวกเราก็ต้องซ้อมกันเป็นหมู่คณะ
เพลงของพวกเรามันขึ้นอยู่กับทุกคน คือถ้าขาดใครซักคนหรือแม้แต่ DJ ก็ตาม เพลงๆนั้นก็คงไม่ใช่เพลงของเราเพราะหากไม่มีใครคนใดคนหนึ่งมันก็เหมือนกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในตัวเพลงหายไปมันหายไปจริงๆทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเสนอข้อคิดเห็น แม้แค่เพียงจุดเล็กๆที่จะเพิ่มมนต์ดำลงไปในตัวเพลง” แม้ว่าจะมีภาพลักษณ์อันโดดเด่นในฐานะศิลปินแต่ทางวงก็ไม่เคยที่จะให้ภาพลักษณ์นั้นโดดเด่นกว่าตัวบทเพลง “พวกเราไม่เคยสวมชุดเหียกๆนี่แล้วพยายามทำให้คนเข้าหาหรอกเว้ย” มือกลองร่างลูกหมากล่าว เราทำไปก็เพราะ หลังจากถูกเหยียดหยามอย่างไม่ลดละ สำหรับการพยายามที่จะเล่นดนตรีหรือทำอะไรก็ตามใน Des Moines ไม่มีใครให้ฟักคุณหรอก ไม่มีใครมาใส่ใจอะไรทั้งนั้น ดังนั้นเราจึงไม่ไปใส่ใจกับชื่อหรือว่าหน้าตาของพวกเราหรอก เราใส่ใจเฉพาะตัวดนตรีและเพลงของเรา ดนตรีและเสียงเพลงคือสิ่งสำคัญที่สุด แม้ว่าเราจะมีชุดหมีใหญ่กับหน้ากาก และเหตุผลบางประการที่เจ๋งจั๋งหนับที่เราต้องใส่มันต่อๆไป ก็เพราะว่ามันได้กลายเป็นโลโก้ของเราไปแล้วเว้ย” และตอนนี้หน้ากากนั้นเป็นเครื่องหมายการค้าของพวกเขาทั้งเก้าไปเสียแล้ว และมันคงยากแสนเข็ญที่จะให้พวกเขาปราศจากมันไป ชอว์นกล่าวว่า “หน้ากากคือมีส่วนช่วยเพิ่มลักษณะเฉพาะตัวของพวกเรา ทุกๆคนแยกแยะการกระทำกับความบ้าคลั่งออกจากกัน และพวกเราก็คอยปรับเปลี่ยนหน้ากากของพวกเราอยู่ตลอดเวลา มันเป็นอะไรที่สุดยอดรื่นเริงบรรเทิงจิตในเวลาที่เราใส่หน้ากากเป็นชั่วโมงๆ แล้วถอดมันออกหลังจากนั้น คุณเอ๊ย สิ่งแรกที่พวกเราจะสบถออกมาคือ “พระเจ้า…แ***ผ่อนคลายฉิบ!” แต่ก็นะ พวกเราก็จะสวมมันกลับแล้วเดินไปรอบๆหลังจากการแสดงสิ้นสุดลง“ และการนำเสนอภาพลักษณ์แสงสีและเวทีก็เปลี่ยนแปลงด้วยตลอดเวลามีเพียงสิ่งเดียวที่คงเดิม นั่นคือดนตรีของพวกเขา “อั๊วคิดว่าสิ่งต่างๆใน Slipknot จะเปลี่ยนแปลงไปเสมอเพราะเราเติบโตขึ้นในทุกปี กับสิ่งที่คุณเปลี่ยนแปลงไปและบางสิ่งที่ Slipknot นั้นก้าวเดินเพื่อทำมันตลอดเวลา”มาดูเกี่ยวกับตัวเลขที่พวกเขาแปะไว้บนแขนเสื้อชุดหมีใหญ่กัน ตัวเลขเหล่านี้เป็นเลขแห่งความโชคดีของพวกเขา และมีความหมายความสำคัญกับแต่ละคนอย่างมากด้วย เมื่อพวกเขาเลือกมันแล้ว “ทุกๆคนก็จะตกอยู่ในห้วงแห่งตัวเลข” ชอว์นกล่าว “มันไม่มีใครซักคนมานั่งเถียงกันเรื่องตัวเลขหรอกเพราะมันประสาทเกินว่ะ” ต้องขอบคุณ รอส โรบินสัน ผู้ล่ำสันที่คอยดูแลอยู่เบื้องหลังในงานของ Slipknot, มุมองของทางวง ประสบความสำเร็จ ชอว์นรู้สึกว่าโรบินสันนี่แหล่ะคือแรงกระตุ้นและผลักดันอันเยี่ยมยอด ในการทำอัลบั้มของวงให้สำเร็จ “พวกเรามันวงโคตรของโคตรวงสุดโฉดและมันก็ยากมากๆที่หาใครซักคน ที่กล้าจะย่างก้าวเข้ามาสู่อาณาจักรสุดป่าเถื่อนในเวลาที่เราเล่นกันเป็นหมู่คณะ” และ รอสก็พาเราไปสู่ห้องอัดเสียงและก็ตั้งเป้าหมายทะลุกลางปล้องขึ้นมา ตัวเขาเองก็ทำตามเป้าหมายนั้น เขาตื่นไปที่ห้องอัดเสียงตั้งใจทำงานทุกวันจนประสบผลสำเร็จ ดังนั้นเขาคือคนที่ทำให้อัลบั้มของเราเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เมื่อค่าย Reps และ Robinson เดินทางมาชมความสุดยอดในการแสดงสดของวงที่ Des Moines หลังจบโชว์สมาชิกแต่ละคนเลือกที่จะมุ่งไปยังคลับเปลื้องผ้าในเมืองมากกว่าจะเอนเตอร์เทนผู้ชม ภายหลังจากที่เจ้าบ้านกล่าวทักทายแขกเสร็จทางวงก็ถูกเผาจนเกรียม และตอนนี้ก็ไม่มีใครในวงต้องการจะย่างก้าวเข้าไปในคลับเปลื้องผ้านั้นอีกเลย “ไอ้คลับโป๊เฮงซวยเอ้ย! มันบัดซบมากที่จะพาใครไปที่คลับกระจอกๆอย่างนั้น เรามีอย่างอื่นที่ต้องทำมากกว่าเว้ย”ความ “เหียก” ก็บรรจุในกล่องเล็กๆโก้เก๋นามว่า Slipknot เสียงอันไม่ลงรอยกันของ “ความแปลกแยกไม่มีใครเสมอเหมือน” ภูมิประเทศที่ Slipknot อาจจะเป็นได้ทั้งตัวตลกหรือจอมราชัณย์ในสายตาของทุกคน และถ้าถ้าหากคุณเปงสาวกของ Slipknot เม้นให้ด้วย 5月9日 วานเน้วานดีที่สุดวานเน้วานดีที่สุด
เย้....ในที่สุดก้อได้ออกมาสู่โลกภายนอก
ที่จิงออกมาตั้งแต่เมื่อวานแระในรอบ 20 วัน
แทบม่ายได้จับคอมเรย เอ้ย...จะว่าไปก้อจับนี่หว่า
อืม..ม่ายได้ยุ่งกับซอฟแวร์อับ.....วันๆอยู่กับ hardware
เซร็งมากๆ... แต่ในที่สุดก้อได้อัพแร้ว
ท่านที่เคยเข้ามาชม บล็อกกระผมแต่เดิมนั้น
แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงคับ... อิอิ
เค้าเรียกว่าเปลี่ยนลุคใหม่ เอาล่ะมาฟังกานว่า
ทามไมบล็อกผมเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้
เมื่อวาน(8 พ.ค.) ตอนเช้า
ได้ไปห้องซ้อม(ดนตรี)ตามที่เพื่อนนัดไว้คับ
พอเข้าไปในห้องแทบช็อค...ตาย แม่เจ้า
ผู้หญิงโครตเยอะเลย(T-T) ไอ้เพื่อนแสนเลวผมมานกวนตีน
นัดเพื่อนมาเต็มบ้านเลย(บ้านมานเปงห้องซ้อม)
กุเวงกรรม...อึดอัดไม่พอคับ
เพื่อนแสนเลวผมยังให้แกะเพลง
เลิฟ เลิฟ ของโฟร์ มดอีก(ToT)
เพื่อที่จาหั้ยเพื่อนมานร้อง
โชคดีคับที่มานร้องเพราะ และยังมีการเอา วีดีโอ
มาอัดไว้เพื่อนหลักฐาน และพยานอีกด้วย
เซร็งชิบหาย...กินข้าวบ้านมันเสร็จก็เผ่นเลยคับ อิอิ
เมื่อวาน(8 พ.ค.) ตอนบ่าย
หลังจากซ้อมนรกมาด้ายม่ายวายคับ
แมร่งบอกหั้ยกุไปฟิวเจอร์เปงเพื่อนมานหน่อย
ลำพังตัวมานม่ายเท่าไร แต่......
เพื่อนมานซิคับยกขโยงกานไปอีก 7 คน
มานไปกินข้าวที่ โออิซิคับ
ส่วนผม(ซึ่งกินข้าวมาแร้ว) ก้อนั่งมองพวกมานกินสิครับ
แร้วก้อปายเดินเล่นต่อ ยังม่ายถึงหนึ่งชั่วโมง
มานก้อโทรตามผมบอกว่าถ่ายรูป
ผมก้อต้องไปอีก เซร็งเรยครับ
พอถ่ายรูปเสร็จอย่างสนุกสนาน(-*-) ซะเมื่อไร
ก้อปายกินไอติมที่ร้านสเว้นเซ่น
ผมก้อสั่งกานปรกติ เราแยกเปงสองโต๊ะคือ
โต๊ะเพื่อนมาน กับ โต๊ะเพื่อนร่วมกรรมผม(คนในวงอ่ะคับ)
โต๊ะผมก้อคุยกานอย่างผู้ดีคับ
ไอติมยังม่ายมา โต๊ะพวกมานก้อเสียงดังกานแร้ว
ประมาณว่ามองกานทั้งร้านนั้นแหระคับ
(เหตุนี้หรือเปล่าที่กินกานเร็วเพราะโดนไล่ออกจากร้าน)
พวกผมก้อทำเป็นม่ายรุจัก
ตอนไอติมเหมือนนางฟ้ามาโปรด เด็กเสริฟอย่างน่ารักเรย
ในใจก้อคิดว่าต้องจีบให้ได้ ผมมองเทอตลอดเรยคับ
เทอก้อมองกลับมาเหมือนกาน
ยิ้มหั้ยด้วย เราก้อยิ้มกลับคับ โหสุดยอดเพอร์เฟกคับ
คิดในจัยเรยว่าจะจีบไงหว่า จีบที่นี่โดนแซวแน่
พอปิ๊งไอเดียก้อทำเรยคับ
กินไอตินจนเสร็จ แล้วเรียกเก็บตังครับ
แกล้งทามเปงว่ามื้อนี้เลี้ยงเอง จ่ายเปงเงินสดครับ
ตอนทอนตังเปงแบงค์ ยี่สิบคับกับเหรียญนิดหน่อย
ผมก้อแกล้งทำเปงสับเปลี่ยนแบงค์ของผม
กับแบงค์ที่ทอนคับ แล้วปิดสมุดส่งไปที่เทอ
แร้วบอกว่า ทิบครับ
แบงค์ผมที่เปลี่ยนไปเป็น เบอร์ อีเมลล์
แระข้อความบอกว่า น่ารักจังโทรมาหาน่ะ
อิอิ ในใจรอลุ้นเทอโทรมาแต่ก้อไม่มีวี่แววคับ
เมื่อวาน(8 พ.ค.) ตอนดึก
พอหลังจากเพลียมาทั้งวันก้อพักผ่อนที่บ้านคับ
นั่งดูนั่งผี(เรี่องลองของสนุกมาก)อยู่คนเดียวดีๆๆ
ก้อมีเสียงโทรศัพท์ดัง ตกใจสุดขีด
รีบไปรับคับเสียงสั่นปรากฏว่าเปงเทอคับ
เสียงน่ารักมากคุยกานยัน ตีหนึ่งน่ะคับ
ได้รุอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวเทอ
ได้เล่าอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับผม
นอนหลับฝันดี ตอนสายเรยคับ
นิทาน เอ้ย บทความเรื่องนี้
สอนให้รุว่า
ฟ้าหลังฝน อืมม่ายๆใช่
ฟ้าหลังพายุใต้ฝุ่นสวยเพียงใด
อิอิ เจอกานใหม่คับ
อย่าลืมเม้นหั้ยน้า 4月20日 +++ 10 วิธี ที่พอจะทำให้ลืมคนที่อยากลืม +++
4月13日 วันประกาศผล
4月5日 เพลง เยื่อใยเยื่อใย
ทำนอง jin11 zerchotnich เนื้อร้อง เพ่ วุฒิ, บุบฝา zerchotnich
จากคนหน้าเดิม~เดิม
ซ้ำ ** (ทำนอง)………….. ซ้ำ ** ถ้าฉันรู้แต่แรก คงไม่แบ่งใจให้รัก หากฉันรู้ได้แน่ชัด คงไม่จมปักกับเธอ แต่ฉันรู้บ้างไหม เธอปล่อยให้คอยเก้อ พล่ามความหวังจนใจเพ้อ ทั้งที่หัวใจเธอไม่รักจริง ขอขอบคุณ เพ่ วุฒิ มือ เกต้า สุดเจ๋งงับ ขอให้วงของเรา....จงเจริญ zerchotnich 2月25日 17 ประโยคยอดฮิตเวลาบอกเลิกผมได้รวบรวม 17 ประโยคยอดฮิตเวลาบอกเลิก ลองอ่านดูน่ะ แร้วเม้นห้ายด้วยน่ะ
ถ้าม่ายเม้นขอให้ แฟนคุณบอก 1 ใน 17 ประโยค ข้างใต้นี้
1."เราต่างกันเกินไป" (แหมประโยคนี้ทำให้ต้องถามกลับว่าแล้วเธอมาจากดาวไหนล่ะ?) 2."เราไปด้วยกันไม่ได้" (จะไปไหนเหรอ? ถึงไปด้วยกันไม่ได้..ถ้านรกก็เชิญไปคนเดียวละกัน) 3."ยังมีคนอื่นที่ดีกว่าฉันนะ" (แน่น๊อน! อันนี้รู้อยู่แล้ว) 4."เธอไม่ใช่" (ไม่ใช่อารายว๊ะ? 5."เธอไม่ใช่คนนั้น" (อืม...แล้วคนไหนล่ะ?) 6."ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะ" (ดี ไม่เปลือง) 7."ฉันอยากมีพี่ชาย (น้องสาว)" (ผมไม่ได้อยากได้น้องสาวนี่, ฉันไม่ได้อยากมีพี่ชาย) 8."ฉันชอบเธอแบบพี่ชาย (น้องสาว) มากกว่า" (งั้นผมคงเป็นพี่ชายคนที่ 8 ของเธอ, ฉันคงเป็นน้องสาวคนที่ 9 ของเธอ) 9."มันสายไปแล้วล่ะ" (จริงๆ น่าจะจบกันตั้งนานแล้วนะ ฮ่าๆๆ) 10."เราจบกันแค่นี้นะ" (อ้าว! แล้วจะให้จบแค่ไหนอ่ะ) 11."เธอเป็นคนดีเกินไป" (ชอบคนเลวใช่ไหม.....ด๊ายยย เดี๋ยวจัดให้ 12."เธอก็น่าจะรู้" (ฉันไม่ได้มีพลังจิตนะจะได้อ่านใจคนได้น่ะ) 13."เธอไม่เข้าใจฉัน" (แล้วจะให้ไปเข้าทางไหนล่ะ) 14."เราเป็นแค่เพื่อนกันดีกว่านะ" (เพื่อนมีเยอะแล้ว เพื่อนมีแยะแล้ว) 15."เธอตัดใจซะเถอะ" (ตัดก็ตาย เด้) 16."เราเหมือนเส้นขนานกันนะ" (เส้นขนานอย่างน้อยก็ยังไปด้วยกันได้) 17."นึกถึงความจริงบ้างสิ" (แล้วนี่ฉันฝันอยู่หรือไง) เนี่ยแหละ 17 ประโยคที่นำพาความเจ็บช้ำ ห้ามพูดเด็ดขาดนะ รู้ไว้ซะ ไม่ชอบ ฟังแล้วเซ็งที่สุด ดังนั้นใครที่ตั้งใจจะบอกเลิกกับแฟนก็ควรคิดประโยคใหม่ๆ เพื่อจะทำให้คนที่ได้ฟังลดอาการเซ็งจากการอกหักลงได้บ้าง แล้วพวกที่ชอบไปหักอกคนอื่นเขาน่ะ loose your selfมีเพลงมาฝากของ eminem ภาพด้านบนของบล็อกอ่ะ
เนื้อหาดีมากลองแปลดูน่ะ อิอิ
เปงเพลงใต้ดิน บางช่วง หยาบคายผมก้อเซ็นเซอร์น่ะ
loose your self
eminem
Look, if you had, one shot, or one opportunity
To seize everything you ever wanted-One moment Would you capture it, or just let it slip? Yo, His palms are sweaty, knees weak, arms are heavy There's vomit on his sweater already, mom's spaghetti He's nervous, but on the surface he looks calm and ready To drop bombs, but he keeps on forgetting What he wrote down, the whole crowd goes so loud He opens his mouth, but the words won't come out He's chokin, how everybody's jokin now The clock's run out, time's up, over bloah Snap back to reality, Oh there goes gravity Oh, there goes rabbit, he choked He's so mad, but he won't give up that No, he won't have it , he knows his whole back city ropes It don't matter, he's dope He knows that, but he's broke He's so stacked that he knows When he goes back to his mobile home, that's when it's Back to the lab again yo This whole rap s**t Better go capture this moment and hope it don't pass him [Chorus:] You better lose yourself in the music, the moment You own it, you better never let it go You only get one shot, do not miss your chance to blow This opportunity comes once in a lifetime yo, You better lose yourself in the music, the moment You own it, you better never let it go You only get one shot, do not miss your chance to blow This opportunity comes once in a lifetime you better, His soul's escaping, through this hole that is gaping This world is mine for the taking Make me king, as we move toward a, new world order A normal life is borin, but superstardom's close to post mortom It only grows harder, only grows hotter He blows us all over these hoes is all on him Coast to coast shows, he's know as the globetrotter Lonely roads, God only knows He's grown farther from home, he's no father He goes home and barely knows his own daughter But hold your nose cause here goes the cold water These ho's don't want him no mo, he's cold product They moved on to the next schmoe who flows He nose dove and sold nada So the soap opera is told and unfolds I suppose it’s old partner, but the beat goes on Da da dum da dum da da [Chorus:] You better lose yourself in the music, the moment You own it, you better never let it go-o You only get one shot, do not miss your chance to blow This opportunity comes once in a lifetime yo You better lose yourself in the music, the moment You own it, you better never let it go You only get one shot, do not miss your chance to blow This opportunity comes once in a lifetime yo, you better No more games, I'ma change what you call rage Tear this m*********n roof off like 2 dogs caged I was playin in the beginnin, the mood all changed I been chewed up and spit out and booed off stage But I kept rhymin and stepwritin the next cypher Best believe somebody's payin the pied piper All the pain inside amplified by the fact That I can't get by with my 9 to 5 And I can't provide the right type of life for my family Cause man, these g****m food stamps don't buy diapers And it's no movie, there's no Makai Pheiffer, this is my life And these times are so hard and it's getting even harder Tryin to feed and water my seed, plus Teeter-totter caught up between bein a father and a pre-madonna Baby mama drama's screamin on and Too much for me to wanna Stay in one spot, another day of monotony Has gotten me to the point, I'm like a snail I've got to formulate a plot or I end up in jail or shot Success is my only m*********n option, failure's not Mom, I love you, but this trailer's got to go I cannot grow old in Salem's lot So here I go is my shot. Feet fail me not this may be the only opportunity that I got [Chorus:] You better lose yourself in the music, the moment You own it, you better never let it go You only get one shot, do not miss your chance to blow This opportunity comes once in a lifetime yo You better lose yourself in the music, the moment You own it, you better never let it go You only get one shot, do not miss your chance to blow This opportunity comes once in a lifetime you better, You can do anything you set your mind to, man The hottest songs from Eminem หา url ม่ายพบ ถ้าพบจาเอามาให้ฟังน่ะ
เข้ามาตั้ง ![]() ยังม่าย เม้นห้ายผมอีกเหรอ
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|